ปลูกโหระพา กระเพรา สร้างได้อย่างยั่งยืน เกษตรผสมผสาน

คุณยายประสงค์ เกษตรกรเขตหนองจอก สร้างรายได้อย่างยั่งยืนกับการปลูกผักสวนครัว โหระพา กระเพรา แทนที่การทำนา เรามาดูว่าคุณยายประสงค์ทำอย่างไร

ทุก ๆ เช้า คุณยายประสงค์ และคนงานเร่งมือตัดโหระพา และกระเพราสด ๆ จากแปลงผัก จากเขตหนองจอก กรุงเทพ มาล้างทำความสะอาดมาทำกำ กำละครึ่งกิโล เพื่อนำไปขายเองที่ตลาดมีนบุรี และส่งให้แม่ค้าเจ้าประจำวันละ 50-100 กิโลกรัม ซึ่งขายหมดทุกวันสร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 2- 3 พันบาทมาตลอด 20 ปี นับตั้งแต่ตัดสินใจเลิกทำนามาปลูกผัก เนื่องจากต้นทุนต่ำกว่าเกือบ 10 เท่า โดยปรับที่นา 19 ไร่ ยกเป็นร่องปลูกทำเป็นคันล้อมรอบป้องกันน้ำท่วม และเก็บน้ำไว้ตลอดทั้งปี เน้นปลูกกระเพราและโหระพาเป็นหลัก 80 เปอร์เซ็น สลับด้วยพืชผักหลายชนิดหมุนเวียนตามฤดูกาล คุณยายประสงค์ กล่าวว่า

การดูแลนั้นไม่ยาก ดูแลแค่ฉีดยา ใส่ปุ๋ยแค่นั้น เพราะว่าปุ๋ยไม่เปลืองน้อยมาก ถ้าทำนานี่ลงทุน 20 กว่าไร่ 30000 บาท ไม่พอ แต่ถ้าปลูกผักแบบนี้ลงทุนน้อยกว่า แค่ปุ๋ย 2-3 พันก็พอแล้ว

ในที่ 20 ร่อง ปลูกโหระพาและกระเพรา 17 ร่อง สลับปลูกหมุนเวียนเพื่อให้มีผลผลิตตัดขายได้ทุกวัน การปลูกใช้วิธีการเพาะเมล็ด แล้วนำต้นกล้ามาลงดิน ซึ่งใช้เวลาเพียงเดือนเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องถึงสามเดือน ให้ปุ๋ยสัปดาห์ละสองครั้ง และฉีดพ่นสารไล่แมลงเท่าที่จำเป็น ทำให้ต้นทุนน้อยเฉลี่ย 2-3 พันบาท ต่อรุ่น ในขณะที่ราคาโหระพาและกระเพรา ปกติจะอยู่กิโลกรัมละ 10-20 บาท แต่ในช่วงหน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ราคาจะพุ่งสูงสุดถึงกิโลกรัมละ 100 บาท สร้างรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 70,000 บาท คุณยายประสงค์ได้กล่าวเพิ่มว่า

หน้าหนาวราคาจะแพงมาก ก็ประมาณ 50 บาท บางทีก็ส่ง 30 บาท ถ้าเขาไปขายเป็นร้อยแม่ค้าจะเอาไปแบ่งขาย ไม่ได้เอาไปขายเป็นกิโ อย่างมาก 3 เดือน ช่วงหน้าหนาวจะแพงมาก และผลิตไม่ทัน หน้าหนาวจะผลิตยากมากเพราะว่าไม่ค่อยแตก

ร่องที่เหลือยังปลูกข้าวโพด ฟักทอง ดาวเรือง และพืชผักตามฤดูกลาลที่มีราคาดี บนคันล้อมปลูกกล้วยน้ำหว้านับร้อยกอ ในท้องร่องเลี้ยงปลาและปลูกบัวเสริมจนเต็มพื้นที่ เก็บเกี่ยวผลผลิตขายเป็นรายได้เพิ่มอีกเดือนละ 4-5 พันบาทอีกด้วย