ปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างไรให้มีความสุข เรามาดูกันเลย

หนึ่งในคำสอนที่เป็นที่ประจักร์ไปทั่วโลกของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็คือการทำเกษตรแบบพอเพียง หรือที่เรียกกันว่า ปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง ทำให้คนไม่น้อยเลยที่เดินตามรอยเท้าของพ่อปลดเปลื้องหนี้สิน มีพออยู่พอกิน ชีวิตหลายคนที่เคยประสบความล้มเหลวกลับลุกขึ้นมาได้และมีชีวิตอย่างเป็นสุข

มะเขือเปราะที่ออกผลเต็มแปลงข้างบ้าน ส่วนพริกขี้สวนก็ดกเต็มต้น ติดรั้วไก่เนื้อและไก่พื้นเมือง เป็นทั้งแหล่งอาหารและรายได้ของ สุรินทร์ เพชรรัตน์ เกษตรกรบ้านดงปากคำ หมุ่ 8 ต. ดงกลาง อ.เมือง จ.พิจิตร สุรินทร์ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาตลอดชีวิต มีเพียงสองปีหลังหันมาทำเกษตรพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัวแทบทุกชนิด ควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ เหลือเก็บก็นำมากิน เหลือกินก็นำไปขาย แทบจะไม่มีรายจ่ายในครัวเรือน คุณสุรินทร์ เพชรรัตน์ ได้กล่าวว่า

ทางเกษตรได้ออกมาแนะนำว่า เศษฐกิจพอเพียง ให้ปลูกพืชผักสวนครัวต่าง ๆ ผมก็ปลูกกระเพรา โหระพา ผมปลูกทั้งนั้น และก็เอาเป็นรายได้เสริม เหลือจากกินก็ได้ขาย คนในหมู่บ้านนี่ผมไม่หวงกิน ใครอยากกินอะไรก้ไปเก็บกินเอา เหลือจากกินผมก็ขาย เพราะว่าตลาอดมีแม่ค้าวิ่งตลาดไทกับสี่มุมเมือง

อีกที่หนึ่งปลูกแปลงชะอมแตกยอดเชียวชะอุ่ม ของคุณใบเตย อิ่มอยู่ เก็บเกี่ยวผลผลิตให้พ่อค้า แต่ก่อนจะเป็นสวนส้ม กว่าจะมีรายได้ก็ต้องรอเกือบปี เมื่อยึดหลัก เศษฐกิจพอเพียง ตามคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชีวิตก็เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ใบเตยโค่นส้มทึ้งหันมาปลูกชะอม กล้วย และพืชผักสวนครัวอีกหลายชนิด เช่นเดียวกับคนในหมูบ้านดงปากคำ คุณใบเตย อิ่มอยู่ กษตรกรบ้านดงปากคำ หมุ่ 8 ต. ดงกลาง อ.เมือง จ.พิจิต ได้กล่าวว่า

ทุกอย่างนั่นแหละถ้าปลูกได้ พวก มะเขือ พริกชะอม กล้วย และยังมีมะนาวอยู่ ส่วนส้มได้โค่นหมดแล้ว มีรายได้ทุกวัน แบบอยู่บ้านนอกของเราแบบนี้ก็อยู่ได้ พอมีเงินเก็บมั้ง ใช้จ่ายซื้อกับข้าว