จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคตับ ไขมันพอกตับ วิธีป้องกัน และรักษาเบื้องต้น

ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บมาเยือนเราแบบไม่รู้ตัว โรคตับ ไขมันพอกตับ ก็เช่นกันเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นหรือเปล่า และจะหาทางกัน หรือหาวิธีรักษาได้อย่างไร วันนี้เรามาร่วมติดตามไปด้วยกัน

วันนี้ ผศ.ดร.นพ.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารและตับ รพ.จุฬาฯ จะมาไขคำตอบในเรื่อง โรคตับ ไขมันพอกตับ

ที่จริงแล้วเราต้องพยายามสื่อหรือประชาสัมพันธ์เพราะว่าโรคตับเป็นปัญหาใหญ่ คนไทยเราแค่ไวรัสตับอักเสบ บี และซี อาจจะมากถึง 3-4 ล้านคน จริง ๆ แล้วเราถึงแม้เราจะเป็นนักกัฬาที่แข็งแรง ก็อาจจะเป็นตับ หรือตับแข็ง โดยที่เราไม่รู้ ถึงแม้จะไม่กินเหล้าก็ตาม เพราะกว่าจะแสดงอาการอาจจะถึง 10-20-30 ปี เรามีเวลามากขนาดนั้นกว่าจะรู้ตัวและกำจัด แต่คนไทยจำนวนมากไม่รู้ โดยเฉพาะประเทศไทย โรคตับเรื้อรัง แอลกอฮอร์ ไวรัสตับอักเสบบี ซี ไขมันแทรกตับมักจะเกิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน อ้วน

ไวรัสบี นี่จะไม่อยู่นิ่ง บางครั้งจะเพิ่มจำนวนขึ้นมา แพทย์จึงจำเป็นต้องนัดคนป่วยเป็นระยะ มีกลุ่มคนที่รู้ตัวว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ จะใกล้ชิดหมอหน่อย ส่วนกลุ่มเสี่ยงคิดว่าตัวเองไม่เป็น แต่ที่จริงเป็น พอมารู้ตัวอีกทีก็เป็นระยะที่รุนแรงแล้ว ส่วนนี้จะเยอะมากแค่สองโรค ไวรัสตับอักเสบบีและซี โดยมีสถิติที่ชัดเจนจาก 100 คน มีแค่ 20-30 คนที่รู้ตัว ที่เหลือจะไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องไปตรวจว่าเป็นหรือเปล่า

สัญญานบอกเหตุว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบ หรือเปล่า ถ้าเรารอจนกว่าอาการจะออกมาอาจจะสายไปแล้ว ควรจะไปตรวจที่โรงพยาบาลเลย เจาะจงไปเลยว่าจะตรวจไวรัส บี, ซี ขอตรวจค่าตับอักเสบ ถ้าผิดปกติหมอก็จะหาสาเหตุต่อว่ามีภาวะเสี่ยงหรือเปล่า เมื่อตรวจพบไวรัสแล้วอย่ากลัวหรือตกใจ ไม่ต้องอายเพราะว่าเป็นกันเยอะมาก ไม่ได้ติดง่าย ไม่ได้ติดทางการหายใจ หรือทางอาหาร เพราะจะติดได้ทางเลือด การเพศสัมพันธ์ เดี๋ยวเราไปดูวีดีโอประกอบกันเลยครับ